ขั้นตอนการส่งออก และรับนำเข้าสินค้าจากจีน

ในยุคที่จำเป็นต้องใช้บริการสั่งซื้อ ส่งออก หรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศผ่านทางออนไลน์ เพราะสถานการณ์โควิด ทำให้หลายๆ คนต้องปรับตัวเองกันเป็นอย่างมากในการลองเส้นทางใหม่ๆ ในการสั่งซื้อ ส่งออก หรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และสำหรับมือหที่เพิ่งเข้าวงการสั่งซื้อ ส่งออก หรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศต้องอ่านบทความนี้เลย เพราะบทความนี้เราได้รวบรวมขั้นตอนการสั่งซื้อ ส่งออก หรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ (รับนำเข้าสินค้าจากจีน) มาฝาก แต่ขั้นตอนการสั่งซื้อ ส่งออก หรือนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ (รับนำเข้าสินค้าจากจีน) จะมีขั้นตอนยากง่ายใดบ้างนั้น ต้องตามมาดูกันเลย

รวมขั้นตอนการส่งออก และรับนำเข้าสินค้าจากจีน

  • ขั้นตอนการส่งออก และรับนำเข้าสินค้า : เตรียมของที่จะส่ง พร้อมข้อมูลให้ครบ ผู้ส่งทราบดีว่าของที่จะส่งไปต่างประเทศคืออะไร จำนวนเท่าไร และเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งที่ต้องระบุรายละเอียดของสิ่งของที่จะส่ง (Shipment Description) ให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในการนำพัสดุนั้นออกนอกประเทศ และนำเข้าไปในประเทศปลายทาง พัสดุทุกชิ้นที่ส่งออกไปนอกประเทศจะถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่และผ่านเครื่องเอ๊กซ์เรย์เพื่อให้มั่นใจว่าตรงกับรายละเอียดที่ระบุ และให้มั่นใจว่าไม่ใช่สิ่งของที่ห้ามส่งออกนอกราชอาณาจักร
  • ขั้นตอนการส่งออก และรับนำเข้าสินค้า : เตรียมข้อมูลด้านบรรจุภัณฑ์ น้ำหนัก ขนาด ก่อนจะจัดส่งไปต่างประเทศ ผู้ส่งต้องแพ็คของทั้งหมดในบรรจุภัณฑ์ให้พร้อม สิ่งที่ต้องทราบลำดับถัดมาคือ น้ำหนัก (หน่วยเป็นกิโลกรัม) ความกว้าง ความยาวและความสูง (หน่วยเป็นเซนติเมตร) ของกล่องที่บรรจุ และเพื่อผลประโยชน์ของท่านเอง ต้องระบุข้อมูลเหล่านี้ตามความเป็นจริง เพราะนอกจากจะส่งผลกับการคำนวณพื้นที่ขนส่งบนเครื่องบินแล้ว ยังมีผลต่อราคาค่าจัดส่งอีกด้วย
  • ขั้นตอนการส่งออก และรับนำเข้าสินค้า : ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของ “ผู้ส่ง” (Shipper detail) ข้อมูลนี้สำคัญมาก ต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง โดยเฉพาะถ้าผู้ส่งเลือกให้เจ้าหน้าที่คูเรียร์มารับเอกสารและพัสดุที่บ้าน เพราะหลังจากผู้ส่งทำรายการออนไลน์เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่คูเรียร์จะโทรยืนยันวันเวลาจัดส่งตามเบอร์โทรที่ให้มา และเดินทางไปรับเอกสารหรือพัสดุตามที่อยู่ที่ระบุ

และขั้นตอนการส่งออก และรับนำเข้าสินค้า ขั้นตอนสุดท้าย คือ ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของ “ผู้รับ” (Receiver detail) ข้อมูลนี้มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงต้องใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน หลายประเทศมีกฎระเบียบชัดเจนว่าต้องระบุชื่อผู้รับเป็นชื่อสกุลที่ตรวจสอบได้ (ชื่อตามบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต) หากระบุไม่ครบ อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดส่งได้นั่นเอง

About The Author